วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

10 สุภาษิตเจ๋ง ๆ แบบอินเตอร์ ๆ


Self-conquest is the greats of victory.การชนะใจตนเอง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

Blood is thicker than water.
เลือดข้นกว่าน้ำ

Heaven never helps the men who will not act.สวรรค์ไม่เคยช่วยบุคคลผู้ซึ่งไม่ทำงาน

Time and tide wait for no man.เวลาและกระแสน้ำไม่คอยใคร

Never too late to learn.
ไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้

Manners maketh man.กิริยามารยาท ทำให้คนเป็นคน

If at first you don't succeed, try, try, try again.หากครั้งแรกไม่สำเร็จ พยายาม พยายาม พยายามอีกครั้ง

Don't meet troubles half-way.อย่าเผชิญปัญหาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ

Better be a fool than a knave.เป็นคนโง่ดีกว่าเป็นคนโกง

Every man to his trade.
ทุกคนมีความถนัดของตนเอง

โอ้..แต่ละประโยคช่างแทงใจพี่แนนมากค่ะ อย่างนี้ต้องจำไปใช้แล้ว แต่จะจำเป็นภาษาไทยก่อนนะคะ ฮ่าๆ แล้วก็จดภาษาอังกฤษท่องไว้ รู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เท่ห์จะตายค่ะ


อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/21706/10-สุภาษิตเจ๋งๆ-แบบอินเตอร์ๆ.php#ixzz1CcOCvarl

20 คำทับศัพท์ที่ใช้บ่อยจนคิดว่าเป็นคำไทย



กงสุล (consul) ได้ยินประจำคือ สถานกงศุลค่ะ พี่แนนก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเรียกคล้ายๆกับภาษาอังกฤษเลย

คูปอง (coupon) อันนี้พี่แนนไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่ายังไงดี ก็ทับศัพท์ตลอดเลยค่ะ

โคม่า (coma) เพื่อนพี่แนนตอนอกหัก ร้องไห้ฟูมฟาย จะเป็นจะตาย ก็เรียกว่า อาการโคม่า -_-''

เชิ้ต (shirt) เสื้อเชิ้ต ... แล้วเรียกเสื้ออะไรได้อีกหนอ??

ชอล์ก (chalk) ตั้งแต่เรียนมา คุณครูพี่แนนก็พูดว่าชอล์กตลอดเลยค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าเรียกอย่างอื่นว่าอะไร?

ซอส (sauce) ขาดไม่ได้สำหรับการประกอบอาหาร มีสารพัดซอสเลย

เต็นท์ (tent) มีหลายแบบหลายชนิด เป็นเหมือนที่พักชั่วคราว ที่พกพาได้ โดยเฉพาะเวลาไปค่าย ถ้าได้มีกางเต็นท์ สนุกเลย

แท็กซี่ (taxi) เจอได้ตามท้องถนนทั่วไป สั้นๆง่ายๆ

แบตเตอรี่ (battery) เวลาพี่แนนไปซื้อ เรียกถ่านไฟฉายตลอดเลย แหะๆ

ปลั๊ก,ปลั๊กไฟ (plug) เป็นอุปกรณ์วงไฟฟ้า ทำงานได้ต้องมีทั้งเต้ารับ และเต้าเสียบ แต่แหม จะให้พูดว่า "เอาเต้าเสียบพัดลม ไปใส่เต้ารับ" ก็ดูแปลกๆ ไม่ได้ยินคนพูดกัน ก็เลยพูดว่าเสียบปลั๊ก ก็เข้าใจแล้ว




ฟรี (free) ก็คือ ไม่ต้องเสียอะไร คำนี้เป็นคำที่หลายๆคนชอบ ได้ยินที่ไหนไม่ได้ ต้องไปให้ถึงแหล่ง อิอิ พี่แนนก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำอื่นว่าอะไรค่ะ

ฟิล์ม (film) อันนี้ไม่ใช่นักร้องนะคะ ฮ่าๆ แต่หมายถึงอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของการบันทึกภาพ

ยีราฟ (giraffa) สัตว์โลกน่ารักคอยาวที่สุดในโลกตัวนี้ เพื่อนพี่แนนเคยอ่านเสียงดังๆ ว่า "ไก-รา-ฟี่" ด้วยหล่ะ ฮ่าๆๆ

ลิปสติก (lipstick) หรือเรียกกันสั้นๆว่าทาลิป น้องคนไหนชอบใช้ เรียกอีกอย่างว่าอะไรคะ?

ลิฟต์ (lift) เหมาะสำหรับคนไขข้อเสื่อมอย่างพี่แนน เย้ย พี่แนนขึ้นตึกด้วยบันได้ได้สูงสุดแค่ 5 ชั้นค่ะ นอกนั้นขอพึ่งลิฟต์อ่ะ

แสตมป์ (stamp) ภาษาไทย คือ ดวงตราไปรษณียากร แต่ก็ดูยาวใช่ไหมคะ เลยเรียกกันสแตมป์ สั้นกว่าเยอะ บางทีก็ได้ยินว่า ไปสแตมป์บัตรจอดรถ ก็คือประทับตราจิดรถนั่นเอง

สปาเกตตี (spaghetti) ของกินอีกหนึ่งเมนู เป็นเส้นๆราดซอสหลายแบบ พี่แนนก็ชอบทุกแบบแหละ อิอิ

โหวต (vote) ก็คือการลงคะแนนเสียง แต่ก็นิยมใช้เรียกสั้นๆมากกว่า

ออฟฟิศ (office) เวลาพูด ก็นึกถึงที่ทำงานใช่ไหมคะ ถ้าจะบอกว่ากลับสำนักงาน จะดูเชยไปไหม อิอิ

ฮอร์โมน (hormone) เวลาเจออาหารอร่อยๆ ฮอร์โมนพี่แนนก็พลุ่งพล่าน หน้าตาแจ่มใสกว่าปกติ (เอ๊ะ น่าจะเป็นน้ำย่อยมากกว่านะ ฮ่าๆ)

20 คำนี้เป็นส่วนหนึ่งนะคะ ยังมีอีกเยอะมากๆๆ ที่เราใช้ทับศัพท์กันจนชิน แม้บางคำจะมีคำไทยบัญญัติไว้ แต่เราก็ติดที่ความง่ายและสะดวกของภาษาอังกฤษ เลยใช้กันมาตลอด 20 คำที่ว่ามานี้ บางคำพี่แนนก็ไม่รู้ว่าศัพท์ไทยคืออะไร แหะๆ ก็เลยติดเรียกแบบนี้ไปเลย แต่ไม่ว่บศัพท์จะใช้ทับศัพท์มากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง และไม่ลืมความหมายภาษาไทยด้วยนะคะ



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/21967/20-คำทับศัพท์ที่ใช้บ่อยจนคิดว่าเป็นคำไทย.php#ixzz1CcN7YvBq

รู้ไหม "อัตโตวินาที" สั้นแค่ไหน?



มิลลิวินาที (Milliseconds)
(1 ในพันของวินาที) ความเร็วระดับนี้ ยังปราณีให้ตาของมนุษย์อย่างเราเห็นได้ค่ะ

ไมโครวินาที (Microsecond)
(1 ในล้านของวินาที) แม่เจ้า เป็นล้านกันเลยทีเดียว เทียบเท่ากับความเร็วของกระสุนปืนค่ะ พี่แนนต้องใช้กล้องจับภาพความเร็วสูงจับภาพค่ะ ถึงจะเห็น

นาโนวินาที-พิโควินาที (Nanosecond-Picosecond)
(1 ในพันล้านของวินาที-1ในล้านล้านของวินาที) จ๊ากกก เวลาสั้นขนาดนี้ ไม่ได้เห็นด้วยตากันแล้วค่ะ ถ้าใครคิดว่าจะเห็นได้ง่าย ลองพาพี่แนนไปดูความเร็วของสัณญาณไฟฟ้าที ระดับนั้นเลยหล่ะ

เฟมโตวินาที (Femtosecond)
(1 ในพันล้านล้านวินาที) ระยะเวลาขนาดนี้ ลงลึกไปถึงเรื่องโมเลกุลกันเลยค่ะ พี่แนนคงหมดปัญญา เป็นระดับความเร็วในการรวมตัวและการแยกตัวของโมเลกุลค่ะ

อัตโตวินาที (Attosecond)
(1 ในล้านล้านล้านของวินาที) มาทีล้านล้านล้าน จัดหนักมาเลย เพราะว่าเป็นหน่วยเวลาที่สั้นสุดๆ ขนาดการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในอะตอมเลยทีเดียว!!!


นอกจากจะมีหน่วยเวลาเป็นชั่วโมง นาที วินาทีแล้ว ยังแบ่งเศษเสี้ยววินาทีออกเป็นล้านล้านล้าน พี่แนนก็เพิ่งรู้นี่แหละค่ะ แต่พี่แนนก็ยังชอบชั่วโมงมากกว่าอยู่ดี โดยเฉพาะเวลานอน ขอหลายๆชั่วโมงเลยนะ

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/22670/รู้ไหม-อัตโตวินาที-สั้นแค่ไหน.php#ixzz1CcLIjiJl

หนังสือน่าเบื่อ ไม่สนใจอ่าน อ่านยังไงดี ??

3 วิธี ช่วยในการอ่านเนื้อหาที่ดูแล้วน่าเบื่อ หรือไม่น่าสนใจ แต่ไฟท์บังคับต้องอ่านมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลยว่า ทำยังไงดีเนี่ย??




- อ่านแบบสำรวจ
ลองอ่านแบบผ่านๆไปเลยค่ะ หรือข้ามๆไปบ้างก็ได้ คือยังไงก็ขอให้ดูผ่านตาไว้ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ ถ้ามีตัวอย่างหลายตัวอย่าง ก็เลือกดูสัก 2-3 ตัวอย่างก็พอค่ะ

- อ่านย้อนหลัง
ตำราจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ เค้าว่ากันว่ามักจะเก็บสาระสำคัญไว้ตอนท้ายๆ ดังนั้นเราก็แอบมีทางลัด ลองอ่านจากตอนท้ายดูบ้างก็ได้ค่ะ อิอิ
- พักบ่อยๆ
เห็นว่าให้พักบ่อยๆ ไม่ใช่เอะอ่ะ ก็พักนะคะ เราต้องวางแผนก่อนว่า จะทนอ่านนานสักเท่าไหร่ 20-30 นาที หรือจะมากกว่านั้น แล้วดูว่าจะทำอะไรตอนพัก เพราะกิจกรรมที่เราจะทำตอนพัก จะช่วยให้เรากระตือรือร้นขึ้นมาได้อีกครั้งค่ะ

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/22989/หนังสือน่าเบื่อ-ไม่น่าสนใจ-อ่านยังไงดี.php#ixzz1CcKAVsMH

วิธีหาข้อมูลทำรายงานให้ได้เกรด A+


1.เริ่มแรกก็ต้องดูจากหัวข้อรายงานนั้นก่อนค่ะ ว่าครอบคลุมไปถึงหัวข้อย่อยๆเรื่องไหนบ้าง เช่น "มลพิษทางอากาศ" หัวข้อย่อยที่เกี่ยวข้อง เช่น อากาศ,อากาศกับสุขภาพ,นิเวศวิทยา,มาตรฐานสิ่งแวดล้อม,สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ แล้สก็ม่ดูว่า ต้องใช้ข้อไหน จำเป็นไหม ถ้าไม่จำเป็นก็ตัดออก ฉับ!!

2.ทวบทวนสิ่งที่รู้อยู่แล้ว เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะได้ไม่เสียเวลาไปค้นหาสิ่งที่รู้อยู่แล้วอีก

3.ใช้บรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิงของหนังสือที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ค่ะ ซึ่งน้องๆอาจจะใช้เป็นแหล่งหาข้อมูลเพิ่ม จะได้รู้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น แล้วยังได้รู้ทั้งข้อมมูลที่อัพเดทและข้อมูลดั้งเดิม

4.เวลาเลือกหนังสือน้องควรเลือกที่เกี่ยวข้องมาก่อนทีเดียวให้มากๆ ก่อนจะเริ่มอ่าน จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาหยิบเพิ่มเติม ลดความวุ่นวาย


5. อ่านคร่าวๆ ดูสารบัญ ดูว่าเนื้อเรื่องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการไหม เพื่อตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ใช้ จะได้ไม่เสียเวลา

6.จัดเรียงหนังสือที่เราจะใช้อ้างอิงตามตัวอักษรค่ะ จะได้สะดวกในการค้นคว้าซ้ำ

7.จดข้อมูลหนังสือที่เราใช้ให้ละเอียดที่สุด ทั้งชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ หน้าที่ใช้ เวลาที่กลับมาใช้อ้างอิงอิง จะได้ไม่เสียเวลา อิอิ

8.จะใช้ห้องสมุด ก็ต้องแต่งกายให้เรียบร้อยถูกระเบียบนะคะ จะได้ไม่มีปัญหานะ


อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/23385/วิธีหาข้อมูลทำรายงานให้ได้เกรด-A.php#ixzz1CcIkLOau

วิธีจุดไฟอ่านหนังสือ(ขั้นแผดเผา)

1.เขียนคำที่เป็นแรงบันดาลใจติดผนัง - หาถ้อยคำที่กำลังใจดีๆ ความหมายดีๆ จะมาจากคนดัง หรือไอดอลของเราก็ได้นะคะ หรือบางทีอาจจะเป็นท่อนหนึ่งจากเนื้อเพลงที่ฟังแล้วโดน ก็เอามาเขียน

เป็นไปได้ก็เขียนแปะผนังทุกที่เลยค่ะ ตั้งแต่ประตูหน้าห้อง หลังประตู ผนังห้องนอน บนฝ้า ห้องน้ำ ติดหมดทุกที่ ยิ่งถ้าใช้โพสต์อิทสีสันต่างๆ ห้องขาวๆ กลายเป็นห้องสีคัลเลอร์ฟูลกันเลยทีเดียวค่ะ ทีนี้เวลาเดินผ่าน ยังไงก็ต้องเห็น เป็นกำลังใจดีๆอย่างหนึ่งค่ะ

2.เขียนเป้าหมายที่ต้องการตัวโตๆหน้าห้อง - อย่างถ้าน้องๆต้องสอบ หรืออ่านหนังสือ ก็เขียนไว้ตัวใหญ่ๆเลยค่ะ เช่น อ่านหนังสือ,สอบแล้ว,ห้ามอู้,เกรด A ฯลฯ กระตุ้นให้เราไม่ลืมเป้าหมาย
3.บอกตัวเองเสมอว่า "เราทำได้" - เวลาท้อ เหนื่อย หรือเริ่มจะไม่ไหว ให้คิดเลยว่า เราทำได้ คนอื่นๆทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ จริงไหมคะ ตอนแรกอาจจะเสียงเบาๆว่า "เราทำได้" แต่พูดบ่อยๆ เเราก็จะเข้มแข็ง และเชื่อมั่นในตัวเองค่ะ

4.คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คนที่เรารัก - ให้ลองมองย้อนดูว่า ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อแม่เลี้ยงเรามาท่านเหนื่อยยากแค่ไหน ชั้นอนุบาล-ประถม ท่านก็หาที่เรียนให้เรา พอชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายเราต้องสอบเข้า ถ้าสมมุติว่าเราสอบเข้าร.ร,ที่เราอยากเข้าไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ขอแค่ให้เรามีที่เรียนเป็นพอ...
แต่พอถึงมหาวิทยาลัย ลึกๆในใจของท่านก็คงอยากได้เราติดคณะดีดี อยากให้เราแอดมิชชั่นติด เพราะแต่ละคณะก็บ่งบอกถึงอนาคตว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร เมื่อเราแอดมิชชั่นติดท่านก็โล่งอก สบายใจ และดีใจกับเรา อย่างน้อยเราก็เริ่มต้นกับก้าวแรกของชีวิตเราได้

5.ให้รางวัลตัวเอง - ตั้งรางวัลตัวเองไว้บ้างก็ได้ค่ะ เช่น ถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เราจะไปชอปปิ้งซื้อเสื้อตัวใหม่เป็นรางวัล แต่ถ้าอ่านไม่จบ ก็ห้ามซื้อ

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/23600/วิธีจุดไฟขยันอ่านหนังสือขั้นแผดเผา.php#ixzz1CcHFkyWU

คนแรกและสิ่งแรกของประเทศไทย !!

คนแรกและสิ่งแรกของประเทศไทย ที่พอจะหาได้ อาจจะมีมากกว่านี้


# กษัตริย์ไทยพระองค์แรก (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์)

# นายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย (พระยามโนปกรณ์นิติธาดา)

# ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของไทย (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี)

# สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงคนแรกของไทย (นางอรพินท์ ไชยกาล)

# อธิบดีหญิงคนแรกของไทย (คุณหญิงอัมพร มีศุข อธิบดีกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ)

# จอมพลคนแรกของเมืองไทย (จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวาษ์วรเดช)

# นักดาราศาสตร์คนแรกของไทย (รัชกาลที่ 4)

# นางสาวไทยคนแรกของประเทศไทย (นางสาวกันยา เทียนสว่าง)

# นางสาวไทยคนแรกที่ชนะการประกวดนางงามจักรวาล (นางสาวอาภัสรา หงสกุล)

# สตรีไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ (คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง)

# นักมวยไทยคนแรกที่ได้ครองตำแหน่งแชมป์โลก (โผน กิ่งเพชร)

# นักพากย์ภาพยนตร์คนแรกของไทย (นายสิน สีบุญเรือง (ทิดเขียว))

# นักเขียนการ์ตูนคนแรกของไทย (ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่งไตรปิ่น))

# ผู้คิดประดิษฐ์อักษรไทยคนแรก (พ่อขุนรามคำแหง)

# ผู้คิดตัวพิมพ์อักษรไทยเป็นคนแรก (ร้อยโท เจมส์ โลว์)

# ผู้เริ่มใช้กระแสไฟฟ้าเป็นคนแรกของไทย (จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต))

# ผู้เปิดเดินรถเมล์ในกรุงเทพมหานครเป็นคนแรก (พระยาภักดีนรเศรษฐ์ (นายเลิศ))

# ผู้ประดิษฐ์รถสามล้อขึ้นใช้ในประเทศไทยเป็นคนแรก (นายเลื่อน พงษ์โสภณ)

# ผู้ให้กำเนิดลูกเสือไทยคนแรก (รัชกาลที่ 6)

# ผู้เริ่มแท็กซี่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก (พลโท พระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เมื่อปี พ.ศ.2466)

# ผู้ที่ริเริ่มใช้คำว่า "สวัสดี" (พระยาอุปกิตศิลปสาร)

# ผู้ให้กำเนิดเพลงสรรเสริญพระบารมี (กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์)

# ผู้ให้กำเนิดเพลงชาติไทย (พระเจนดุริยางค์ (บรรเลงครั้งแรกโดยวงดุริยางค์ทหารเรือ))

# ผู้แต่งเพลงกราวกีฬา (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี)

# ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย" (สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

# ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" (สมเด็จพระราชบิดา กรมหลวงสงขลานครินทร์)

# ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งกองทัพเรือ" (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์(พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5))

# ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการสหกรณ์แห่งประเทศไทย (กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์)

# ฝาแฝดคู่แรกของไทย (ฝาแฝด อิน - จัน เกิดเมื่อ 11 พฤกษภาคม พ.ศ. 2434 ที่ จ. สมุทรสงคราม)

# ผู้ที่ริเริ่มใช้ ร.ศ. (รัตนโกสินทร์ศก) (รัชกาลที่ 5)

# ร.ศ. 1 ตรงกับปี พ.ศ. (พ.ศ. 2331)

# เรือกลไฟลำแรกของประเทศไทย (เรือสยามอรสุมพล)

# โรงพยาบาลแห่งแรกของไทย (โรงพยาบาลศิริราช)

# มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

# โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของไทย (โรงเรียนอนุบาลที่โรงเลี้ยงเด็ก ซึ่งพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระอัครชายาใน[*]# รัชกาลที่ 5เป็นผู้ให้กำเนิด)

# ธนาคารเอกชนแห่งแรกของไทย (แบงก์สยามกัมมาจล (ปัจจุบัน คือธนาคารไทยพาณิชย์))

# โรงภาพยนตร์โรงแรกในกรุงเทพฯ ที่ฉายจอซีนีมาสโคป (โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย)

# ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ออกฉายให้ประชาชนชมครั้งแรกเรื่อง (นางสาวสุวรรณ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2466)

# โรงแรมแห่งแรกของไทย (โรงแรมโอเรียนเต็ล)

# โรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย (โรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ ตั้งอยู่ที่ธนบุรี)
[*]# บทประพันธ์ที่ทำการขายลิขสิทธิ์ครั้งแรกในประเทศไทย(นิราศลอนดอนของหม่อมราโชทัยขายให้กับหมอบรัดเลย์)

# แบบเรียนเล่มแรกของคนไทย (หนังสือจินดามณี พระโหราธิบดีเป็นผู้แต่ง)

# หนังสือไทยเล่มแรก (หนังสือไตรภูมิพระร่วง)

# หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย (หนังสือพิมพ์บางกอกรีคอดเดอร์ เมื่อปี พ.ศ.2387)

# ปฏิทินฉบับภาษาไทยของประเทศไทยจัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ (ปี พ.ศ.2385)

# วิทยุโทรทัศน์มีขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อ (ปี พ.ศ.2497 สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม)

# สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ปัจจุบัน คือ ช่อง 9 อสมท.)

# โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรแห่งแรก (โรงเรียนวัดมหรรณพาราม)

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2030283#ixzz1BBA8niIQ